ยอดจำหน่วย GPS ปี 50 พุ่ง 1,200 ล้าน/ปี เหตุน้ำมันแพงประชาชนหันพึ่งอุปกรณ์ติดตามรถ
รถมากขึ้น เหตุควบคุมค่าใช้จ่ายได้ผลส่งผลให้ตลาด GPS แข่งขันกันดุเดือด แต่ต้องจับตาปี 51 ยอดจะโต
ก้าวกระโดดกี่เปอร์เซ็นต์
คุณทศพล คุณะเพิ่มศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี.ที.ซี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัด
จำหน่ายอุปกรณ์ติดตามยานพาหนะอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เปิดเผยว่าการที่ราคาน้ำมันแพงขึ้นรายวัน
ทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องใช้รถทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์, รถใหญ่ ต่างมองหาสิ่งที่จะมาช่วยลดต้นทุน
ค่าน้ำมันให้เบาลง
สำหรับปีที่ผ่านมา (2550) และ ปีนี้ 51 DTC ระบุว่าประชาชนให้ความสนใจและตื่นตัวมากขึ้น
ส่งผลให้บริษัทฯมีรายได้จากการติดตั้งอุปกรณ์ GPS ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 800 คัน ผู้ประกอบการที่ใช้รถ
บรรทุก รถหัวลาก ต่างทยอยกันติด GPS กันไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งผู้ประกอบการฯ บอกว่าสิ่งที่คิดอยู่ 2 อย่าง
ช่วงน้ำมันแพงคือจะต้องติด NGV กับ GPS เพื่อควบคุมและบริหารการใช้เชื้อเพลิงแต่ละวัน
"ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 800 คัน โตขึ้นจากปี 49 ถึง 20% ส่วนการตลาดปีนี้ยังคงเน้น
เรื่องการบริการหลังการขาย ที่เป็นจุดแข็งของ DTC มานาน อีกทั้งการส่งออกเครื่อง GPS ไปขายประเทศ
เพื่อนบ้านอย่าง ลาว เขมร เวียดนาม ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี"
ในปี 2551 นี้ DTC ตั้งเป้าธุรกิจโตขึ้นอีก 20% ลูกค้าเพิ่มเป็น 5,000 ราย คิดเป็นสัดส่วน
รถใหญ่มีถึง 70% รถยนต์ทั่วไป 30% อีกทั้งมีการส่งออกขายต่างประเทศ 15% จุดแข็งที่สำคัญคือการ
ทำแผนที่เองจึงสามารถระบุรายละเอียดจุดตรวจสอบได้ชัดเจน ศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ เน้นการ
บริการหลังการขาย รวดเร็ว รับผิดชอบ ตลอดอายุการใช้งาน
คุณวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป และผู้จัดการแผนกเทเลเมติกส์ บริษัท อีเอส
อาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการระบบภูมิสารสนเทศแบบครบวงจร เปิดเผยว่าตลาดอุปกรณ์นำทาง
ด้วยสัญญาณดาวเทียว (GPS Navigator) ปีนี้มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้น 50 - 100% โดยเฉพาะกลุ่มผู้
ผลิตรถยนต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น โดยมีการนำอุปกรณ์ดังกล่าวไปติดตั้งในรพยนต์
อาทิ ผู้ผลิตค่ายโตโยต้า ที่การสั่งซื้ออุปกรณ์ GPS ไปติดตั้งในโตโยต้าวิช และ คัมรี่ รุ่นท็อปสุด

