![]() |
||||
17 กรกฎาคม 2540 เป็นวันประวัติศาสตร์ของวงการรถบรรทุกเพราะเป็นวันที่ ก่อตั้งชมรมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าภาคเหนือ และภาคกลาง การก่อตั้งครั้งนี้ได้มี สาเหตุเนื่องมาจากมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการ รถบรรทุกจนเกิดการขัดแย้ง ระหว่างผู้ประกอบการรถบรรทุกกับเจ้าหน้าที่ของทาง ภาครัฐคือ ในสมัยนั้นการประกอบอาชีพการขนส่งถือว่าเป็นอาชีพอิสระไม่ขึ้นอยู่กับ องค์กรใดองค์กรหนึ่งจึงทำให้ปัญหาหลายๆอย่างเกิดขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายได้ถูกทางภาครัฐตั้งกฎเกณฑ์ให้อยู่ภายใต้ ข้อบังคับของกฎหมายทำให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกเกิดความไม่พอใจกับกฎหมายที่ล้าหลังซึ่งเป็นกฎหมายที่ไม่มี การปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับน้ำหนักบรรทุกแต่อย่างใด นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 จนถึงปี พ.ศ. 2540 กฎหมายน้ำหนัก รถบรรทุกในประเทศไทยยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย ในทางตรงกันข้ามทางผู้ผลิตรถยนต์กับได้พัฒนาเทคโนโลยี ของรถไปมากแล้วอีกทั้งราคารถก็สูงขึ้นจึงทำให้ผู้ประกอบการรับไม่ได้จึงเกิดการขัดแย้งครั้งใหญ่ ผู้ประกอบการ รถบรรทุกจึงได้นัดกันมารวมตัวเป็นจำนวนมากเพื่อต่อต้านกับทางเจ้าหน้าที่ทางภาครัฐ ในวันนั้นปัญหาดังกล่าว ที่เกิดขึ้นทำท่าจะบานปลายแต่ทั้ง 2 ฝ่าย คือผู้ประกอบการรถบรรทุกกับเจ้าหน้าที่ของทางภาครัฐก็ได้หันหน้าเข้า หากันเพื่อหาข้อยุติและทำการผ่อนผันโดยใช้หลักนิติศาสตร์บวกกับหลักรัฐศาสตร์เพื่อให้ความตึงเครียดลดลง ท้ายที่สุดจึงตกลงกันได้เมื่อทั้งสองฝ่ายปรับตัวเข้าหากันเมื่อความรุนแรงลดลงหลายๆฝ่ายก็เกรงว่าในวันข้างหน้า เรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้และอีกประการหนึ่งทางผู้ประกอบการขนส่งเองก็ไม่ต้องการที่จะมีปัญหากับทาง ภาครัฐอีก ดังนั้นจึงเห็นว่าสมควรก่อตั้งให้เป็นองค์กรการขนส่ง โดยรถบรรทุกขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า ชมรมผู้ประกอบการ ขนส่งสินค้าภาคเหนือและภาคกลาง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2540 แล้วให้ทำการคัดเลือกตัวผู้ประกอบการเอง ขึ้นมาเป็นคณะกรรมการทำหน้าที่บริหารและทำหน้าที่คอยประสานงาน วาระละ 2 ปี พร้อมร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ต่างๆ
นี้คือหัวข้อหลักในการบริหารชมรมรถบรรทุกหลังจากที่ก่อตั้งชมรมเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการประชุมหารือแก้ไข เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับภาคขนส่งในขณะนั้นจนเป็นที่พอใจของสมาชิก สำหรับที่ทำการของชมรมก็เป็นอาคาร พาณิชย์ 2 คูหา และเช่าอยู่ นับจากที่ชมรมได้ก่อตั้งและดำเนินงานโดยมีคณะกรรมการบริหารที่มีความรู้ความ สามารถแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ หลายเรื่องจนสำเร็จจึงทำให้สมาชิกของชมรมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเดิมไม่กี่สิบคนระยะ เวลาผ่านไป 5 ปี สมาชิกก็เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนหลายร้อยคนเมื่อสมาชิกเพิ่มขึ้นและมองถึงความสำคัญขององค์กรนี้ แล้ว ทางคณะกรรมการบริหารจึงมีแนวคิดว่าน่าจะขยายที่ทำการและทำให้เป็นองค์กรที่เข้มแข็งพร้อมทั้งก่อตั้ง จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อที่ต้องการให้กิจกรรมที่ได้ดำเนินการต่อทางภาครัฐง่ายขึ้นพร้อม ทั้งได้เปลี่ยนชื่อจากชมรมผู้ประกอบขนส่งสินค้าภาคเหนือและภาคกลางมาเป็น สมาคมขนส่งทางบก เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2544 และมีมติในที่ประชุมดังกล่าวให้ทำการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่เพื่อไว้รองรับ สมาชิกที่เพิ่มขึ้นทุกวันเมื่อคณะกรรมการบริหารมีมติเห็นชอบการก่อสร้างอาคารจึงเกิดขึ้นโดยงบประมาณของสมาชิก พร้อมทั้งผู้มีอุปการคุณที่เป็น ห้าง.. ร้าน.. และบริษัทเป็นผู้สนับสนุนโดยคิดเป็นตัวเงินก่อสร้างรวม 34 ล้านบาทเศษ มีอาคารขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 32 ไร่ ในปัจจุบันมีสมาชิกของสมาคมขนส่งทางบกแห่งนี้ ประมาณ 600 ท่าน และคงดำเนินการตาม นโยบายที่วางไว้ คือรับฟังข้อคิดเห็นของสมาชิกร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับสมาชิกไม่ว่า จะเป็นในข้อกฎหมายหรือความขัดแย้งของกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งต่างๆ พร้อมทั้งพัฒนาระบบการขนส่งภายใน ประเทศให้ทันกับการขนส่งของต่างประเทศ และให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สมาคมขนส่งทางบก จึงได้จัดทำเว็บไซด์ WWW. SIBLOR.COM ขึ้นเพื่อให้ความสะดวกแก่สมาชิก และบุคล ทั่วไปที่มีข้อสงสัยหรืออยากรู้เรื่องเกี่ยวกับข้อของกฎหมาย และเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งได้ซักถาม และแสดง ความคิดเห็นรวมทั้งเป็นที่เผยแพร่ข่าวสารให้กับผู้ประกอบการขนส่งได้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในสาขา อาชีพของการขนส่ง
เรียบเรียงโดย.. คุณกำพล เพชรกำแพง (เลขาธิการสมาคมขนส่งทางบก) |
||||
สมาคมขนส่งทางบก |