เมื่อพูดถึงคำว่า โลจิกติกส์ สำหรับผู้อยู่นอกวงการถือว่าเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนพอสมควร
แม้กระทั่งผู้เขียนเมื่อครั้นยังไม่รู้จักโลจิสติกส์ดีพอ ก็ยังคงเข้าใจว่าเป็นเรื่องเฉพาะภาคการขนส่งเท่านั้น เพิ่ง
ประจักษ์และทำความเข้าใจกันใหม่ว่าแท้ที่จริงแล้ว โลจิกติกส์ ครอบคลุมไปหมดทั้งระบบไม่ใช่แค่ขนส่ง
เท่านั้น
ภารกิจสำคัญของโลจิสติกส์นั้นจะเกี่ยวข้องกับทุกกิจกรรมของทุกกระบวนการในการเคลื่อนย้าย
(Movement) ซึ่งรวมถึงการขนส่งทุกประเภทก็จัดอยู่ในกิจกรรมการเคลื่อนย้ายไม่ว่าจะเป็นสินค้า บริการ
และข้อมูล ข่าวสาร จะต้องเป็น การส่งมอบแบบทันเวลา ถูกต้อง, ถูกสถานที่ ตรงความต้องการภายใต้
ต้นทุนที่แข่งขัน (Delivers the right time with the right cost) คือ เป็นการส่งมอบที่ตรงกับความต้องการ
ในเวลาที่ต้องการ ดังนั้น กระบวนการจัดการเกี่ยวกับ Lead Time Delivery (LTD) จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ โดย
LTD จะเป็นการจัดการระยะเวลาในการส่งมอบสินค้าเพราะหากการส่งมอบสินค้าที่เร็วไป (Early Delivery)
ก็จะทำให้เกินสินค้าคงคลังส่วนเกินหรือ Surplus Inventory คือมีสินค้าส่วนเกินที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ในเมื่อบุคลากรที่ปฏิบัติงานต้องมีความรู้มีความสามารถในหลายด้านด้ายกันจึงจะปฏิบัติงานด้าน
ด้านโลจิสติกส์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เขียนใคร่นำเสนอถึงการวิเคราะห์ขีดความสามารถ หรือ ที่เรียกว่า
สมรรถนะ (Competency) ของบุคลากรด้านโลจิสติกส์ที่จำเป็นโดยแบ่งเป็น 2 ระดับดังนี้
1. สมรรถนะในระดับองค์กร (Organizational Competency) เป็นสมรรถนะร่วมกันที่ทุกคนใน
ฐานะสมาชิกขององค์กรต้องมี ซึ่งในการที่จะกำหนดสมรรถนะในระดับองค์กรได้ว่าต้องมีอะไรบ้าง มีความ
จำเป็นจำเป็นต้องทราบข้อมูลทางด้านวิสัยทัศน์ขององค์กรก่อน เนื่องจากวิสัยทัศน์จะเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ถึงทิศ
ทางขององค์กรหากองค์กรต้องการบรรลุถึงวัตถุประสงค์ตามวิสัยทัศน์ จำเป็นต้องมีบุคลากรที่ต้องมีความรู้
ความสามารถในด้านใดบ้าง
2. สมรรถนะในระดับหน่วยงาน (Functional Competency) ซึ่งเป็นสมรรถนะที่จำเป็นในงาน
สำหรับผู้ปฏิบัติในเชิงลึกนอกเหนือจากการมีระดับสมรรถนะขององค์กรแล้ว สมรรถนะในระดับหน่วยงานถือว่า
เป็นหัวใจสำคัญถือเป็นผู้ขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยให้บรรลุเป้าหมายซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ด้านย่อย ดังนี้
- สมรรถนะในด้านความรู้และทักษะที่ต้องมีในงาน (Job / Technical Competency) ซึ่งได้กล่าว
ไว้แล้วในบทที่ 1 Overview Logistics ในที่นี้ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจทางด้านระบบและขบวนการบริหารห่วง
โซ่อุปทาน (Supply chain Management) การค้าส่ง การค้าปลีก การจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบ การขนส่งทั้ง
ภายในประเทศและระหว่างประเทศ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การบริหารเงินทุน การบริหารการผลิตแบบ
ยืดหยุ่น (Lean Production Management) และกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางด้านทักษะ ได้แก่ ทักษะการ
ใช้ภาษาอังกฤษ ทักษะการสื่อสาร ทักษะทางเทคโนโลยีในด้านสารสนเทศ ความรู้และทักษะเหล่านี้จำเป็น
จำเป็นต้องมีเครื่องมือวัดระดับสมรรถนะที่องค์กรต้องการ ซึ่งปกติอาจได้มาจากการสัมภาษณ์ การทดสอบให้
ให้ทดลองปฏิบัติ การจำลองสถานการณ์ เป็นต้น และองค์การมักจะกำหนดระดับสมรรถนะไว้ที่ 5 ระดับ ระดับ
ยิ่งสูงยิ่งดี ดังนั้น การประเมินระดับสมรรถนะองค์กรมักจะกำหนดระดับสมรรถนะที่ต้องการเป็นมาตรฐานเอาไว้
แล้ว โดยเฉพาะในระดับบริหารจะต้องมีระดับสมรรถนะในงาน และ ทักษะไม่ต่ำกว่าระดับ 3 และในการประเมิน
ระดับสมรรถนะจะนิยมประเมินในขั้นตอนของการคัดเลือกผู้สมัครงาน หากผู้สมัครมีระดับสมรรถนะไม่เหมาะ
สมก็จะไม่ได้รับการคัดเลือก สำหรับความรู้ และทักษะในงาน เป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มเติมได้ด้วยกิจกรรมการ
พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในด้านต่างๆ ให้มีเพิ่มขึ้นได้

